<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Digital Framework &#8211; HuaHin Town for Business</title>
	<atom:link href="https://huahintown.business/tag/digital-framework/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://huahintown.business</link>
	<description>รับทำเว็บไซต์ รับสอนการตลาดออนไลน์ รับทำ CRM หัวหิน ปราณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Feb 2021 10:56:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.8.12</generator>

<image>
	<url>https://huahintown.business/wp-content/uploads/2019/02/favicon-120x120.png</url>
	<title>Digital Framework &#8211; HuaHin Town for Business</title>
	<link>https://huahintown.business</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 องค์ประกอบสำคัญ เพื่อเริ่มต้นสู่การตลาดออนไลน์</title>
		<link>https://huahintown.business/digital/5-digital-marketing-frameworks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Kame Rhienmora]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Jan 2019 09:16:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Framework]]></category>
		<category><![CDATA[Hyperlocal Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://basecamp.social/?p=1194</guid>

					<description><![CDATA[เจ้าของธุรกิจมากมายเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์กันในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการทำ Social Media การจัดแคมเปญโปรโมชั่นลงขายสินค้าผ่าน Website หรือ Application ต่างๆ จนไปถึงการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook และ Google]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับในยุคปัจจุบันที่การตลาดออนไลน์กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท ทำให้มีเจ้าของธุรกิจมากมายเริ่มทำการตลาดออนไลน์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งทำ Social Media การจัดแคมเปญโปรโมชั่นลงขายสินค้าผ่าน Website หรือ Application ต่างๆ จนไปถึงการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook และ Google</p>
<p>แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะประสบปัญหาว่าไม่ได้ผลตอบรับตามที่ต้องการ หรือหนักไปกว่านั้นคือไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าที่ลงทุนทำไปส่งผลอะไรกลับมาบ้าง วันนี้เราจะลองมาดูกันว่า 5 องค์ประกอบที่สำคัญ เพื่อเริ่มต้นสู่การตลาดออนไลน์มีอะไรและแต่ละขั้นตอนมีวิธีการยังไงบ้างลองไปดูกันเลย</p>
<hr />
<h3>5 Digital Marketing Frameworks</h3>
<p>ถึงแท้ธุรกิจในยุคปัจจุบันจะสามารถขายของได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์มันก็ดูมีมากซะเหลือเกิน แถมยังมีการอัพเดทเปลี่ยนแปลงไปตลอดในทุกๆวัน ทำให้สับสนไปหมดว่าจะเริ่มเรียนรู้จากตรงไหนดี เพื่อให้ปัญหานี้หมดไปพวกเรา BASECAMP Digital Academy ขอเสนอ 5 Frameworks ที่จำเป็นสำหรับเริ่มการตลาดออนไลน์ สามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภทเลย ประกอบไปด้วย</p>
<ol>
<li>Branding : การสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของเรา</li>
<li>Search : การสร้างตัวตนของเราบนโลกออนไลน์</li>
<li>Content : การสร้างเนื้อหาต่างๆเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์เรา</li>
<li>Digital Commerce : การเตรียมความพร้อมและเครื่องมือสนับสนุนการค้าออนไลน์</li>
<li>CRM : การบริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้า</li>
</ol>
<p>ทีนี้แต่ละตัวมีความสำคัญและขั้นตอนยังไงจะขออธิบายคร่าวๆตามนี้เลย</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone wp-image-1213 size-full" src="https://digitaldday.com/wp-content/uploads/2019/01/MKT560-Week1-_-Introduction-to-Digital-Marketing.jpg" alt="" width="960" height="540" /></p>
<hr />
<h3>1. Branding</h3>
<p>หรือก็คือการสร้างแบรนด์ อาจจะดูเหมือนไม่เกี่ยวกับดิจิตอล แต่ขอการันตีเลยว่าการทำการตลาดออนไลน์ ถ้าเรามี Branding ที่ชัดเจน จะช่วยให้ทำการตลาดได้ง่ายขึ้นอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ในการที่จะวาง Branding นั้นก็มีหลักการง่ายๆไม่กี่อย่างที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้</p>
<ul>
<li>Brand Character and Identity
<ul>
<li>หรือก็คือสิ่งที่อยากให้คนจดจำเกี่ยวกับตัวเรา</li>
<li>เช่น ชื่อ / สี / สัญลักษณ์ / ความชำนาญ / ลักษณะนิสัยของแบรนด์</li>
<li>สิ่งที่เราทำช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้ายังไง</li>
</ul>
</li>
<li>Brand Position วางตำแหน่งตัวเองว่าสินค้าเราจะอยู่ในระดับไหน ใครคือคู่แข่ง
<ul>
<li>ขายคนกลุ่มไหน / ราคาระดับไหน</li>
</ul>
</li>
<li>Brand Experiences สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับเรา</li>
</ul>
<blockquote><p>ก่อนจะไปทำการตลาดในขั้นอื่นๆให้แน่ใจว่า Branding ของเราชัดเจนดีแล้วเสียก่อนนะ</p></blockquote>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1215" src="https://digitaldday.com/wp-content/uploads/2019/01/pexels-photo-1449081.jpeg" alt="" width="1280" height="752" /></p>
<hr />
<h3>2. Search</h3>
<p>คือการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าลูกค้าจะ Search หาเราจากที่ไหนก็มีโอกาสเจอ เช่น</p>
<ul>
<li>ค้นหาร้านจาก Google Search
<ul>
<li>เจอ Website (ทำ SEO )</li>
<li>เจอ Social Media ของร้าน</li>
</ul>
</li>
<li>Search จากใน Google Maps (กรณีมีหน้าร้าน) หรือ Maps อื่นๆ</li>
<li>ค้นหาจาก Social Media ต่างๆเช่น facebook, Instagram, twitter, Line, Foursquare</li>
</ul>
<p>ตรงนี้จะเริ่มเห็นได้ว่าการวาง Branding มีผลส่งต่อมาถึงการ Search ด้วย เพราะไม่ใช่ทุกธุรกิจที่เหมาะกับ Social Media ทุกประเภท เช่น twitter เป็น Social Media ที่มีผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และวัยเพิ่งเริ่มทำงาน หาก Brand ของเราทำตลาดกับผู้สูงวัย การใช้ twitter ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์เป็นต้น</p>
<p>หากธุรกิจของเราไม่มีหน้าร้าน เน้นไปที่บริการส่ง ก็อาจจะไม่ต้องกังวลเรื่องการ Search ใน Maps มากนัก แต่ถ้าเรามีหน้าร้านและอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ติดถนนใหญ่ การให้ลูกค้าเจอแผนที่ที่ถูกต้องผ่าน Maps ต่างๆก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งนั่นเอง</p>
<p>ทั้งนี้ แต่ละธุรกิจจะต้องการให้ลูกค้า Search เจอจากที่ไหนบ้างเราก็ต้องมาวิเคราะห์เอาเองจาก Brand Position และ Brand Character ของเรา ว่าลูกค้าของเราน่าจะเป็นคนกลุ่มไหน และเค้าเหล่านั้นมักจะใช้ช่องทางไหนในการค้นหา จากนั้นเราจึงค่อยปรับกลยุทธฺด้านการ Search ไปให้เหมาะและสมตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา</p>
<hr />
<h3>3. Content</h3>
<p>เมื่อเรามี Branding ที่ชัดเจน และลูกค้าเริ่ม Search มาเจอสินค้าหรือบริการของเราแล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างความน่าเชื่อถือ และสร้างความเป็นตัวตนของเราให้มากขึ้นไปอีก ด้วยการทำ Content Marketing หรือการสร้าง Content เกี่ยวกับแบรนด์และสินค้าของเราให้ดูน่าสนใจมากขึ้นนั่นเอง</p>
<p>เมื่อพูดถึง Content ไม่จำเป็นต้องเป็นบทความ หรือเป็น Blog เนื้อหายาวๆก็ได้ แค่ภาพ 1 ภาพ หรือข้อความสั้น 1 ข้อความก็ถือเป็น Content ได้เหมือนกัน ลองนึกถึงสิ่งที่เราคิดว่าลูกค้าจะอยากรู้ หรือสิ่งที่เมื่อเค้ารู้แล้วจะอยากมาใช้บริการกับเรา</p>
<p>ในการสร้าง Content ใดๆ ควรต้องสามารถตอบโจทย์ตามกรอบแนวคิดเรื่องการสร้าง Content ได้ ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>Pain Point</strong> : เรื่องที่เรากำลงจะเล่า เป็นปัญหาที่ลูกค้ากำลังเจอรึเปล่า Content ของเราช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้ามั๊ย</li>
<li><strong>Persona</strong> : ลักษณะของคนที่จะมาฟังเนื้อหาของเราเค้าเป็นใคร ช่วงอายุ ลักษณะนิสัย ความชอบ</li>
<li><strong>Content Format</strong> : Content เราจะไปในรูปแบบไหน ภาพ เสียง วีดีโอ หรือข้อความ</li>
<li><strong>Channel</strong> : เราจะนำเสนอ Content ของเราในช่องทางไหน Website, Social Media etc.</li>
<li><strong>Analytics</strong> : แต่ละช่องทางที่เรานำเสนอ Content ออกไป มีการติดตามวัดผลการใช้งานรึเปล่า ว่ามีคนเข้าถึงกี่คน เป็นคนกลุ่มไหนบ้าง</li>
<li><strong>Reputation</strong> : ในบางกรณี Content อาจเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เรามีการติดตามและตอบสนองหรือไม่ เพื่อลดการดราม่าบนโลกออนไลน์</li>
</ol>
<blockquote><p>หาก Content ใดๆของเราสามารถตอบโจทย์ตามกรอบแนวคิดนี้ได้ ถือว่า Content นั้นๆมีโอกาสที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของ Brand เราให้ดูน่าสนใจมากขึ้นได้อย่างแน่นอน</p></blockquote>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-1217" src="https://digitaldday.com/wp-content/uploads/2019/01/pexels-photo-261734.jpeg" alt="" width="1280" height="853" /></p>
<hr />
<h3>4. Digital Commerce</h3>
<p>การค้าขายบนโลก Digital หรือก็คือ E-Commerce นั่นเอง เมื่อเราต้องการค้าขายบนโลกออนไลน์มันจะมีสิ่งจำเป็นที่เราต้องเตรียมตัว หลังจากเรามีแบรนด์และมีตัวตนบนโลกออนไลน์แล้ว เรื่องการจัดการด้านต่างๆเกี่ยวกับการซื้อขายจะเป็นเรื่องต่อไปที่ต้องกังวล โดยจะมีกรอบแนวคิดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ Digital Commerce ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>Marketplace</strong> : พื้นที่ตลาดที่เราจะไปวางสินค้าขาย นอกเหนือจากแค่เว็บไซต์ส่วนตัว และ Social Media แล้ว ทุกวันนี้ผู้คนนิยมซื้อสินค้าผ่าน Application หรือเว็บไซต์อื่นๆมากขึ้น การหา Marketplace หรือตลาดขายสินค้าที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่นขายเสื้อผ้า สินค้าต่างๆใน Lazada หรือถ้าเป็น Freelance อาจลงประกาศขายใน Fastwork.co เป็นต้น</li>
<li><strong>Advertising</strong> : การซื้อโฆษณา เมื่อเรามีพื้นที่ตลาดแล้วขั้นตอนต่อไปก็จำเป็นต้องโปรโมทให้คนรู้จักมากขึ้น อาจใช้บริการโฆษณาของ Marketplace ที่เราอยู่ หรืออาจจะซื้อผ่าน Google Ads หรือ Facebook Ads เป็นต้น</li>
<li><strong>Payment</strong> : ช่องทางการชำระเงิน ปัจจุบันถือว่าง่ายขึ้นมาก เพราะการโอนเงินในมือถือตอนนี้ไม่มีค่าธรรมเนียม และสะดวกกว่าเดิมด้วย QRCode และ Promptpay แต่ในบางกรณ๊หากเราต้องการเก็บเงินลูกค้าต่างๆชาติ หรืออยากรับเงินผ่านบัตรเครดิตโดยไม่ต้องไปทำเรื่องกับธนาคาร การเลือกใช้กระเป๋าเงินออนไลน์น่าจะสะดวกกว่า อาจเลือกใช้บริการของ Paypal หรือ Omise ที่รองรับการรับเงินผ่านบัตรเครดิตก็ได้</li>
<li><strong>Logistics</strong> : การขนส่งสินค้าหรือบริการ ในปัจจุบันมีรูปแบบมากมายให้เลือก จะเป็นไปรษณีย์ไทยของภาครัฐ หรือจะเป็นบริการของเอกชนก็มีอีกมากมาย เลือกหาไว้ใช้งานกันได้เลย</li>
<li><strong>E-Learning</strong> : สุดท้ายคือเรื่องของการติดตามข่าวสาร การศึกษา และการอ่านข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเรื่องออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงอัพเดทตลอดทุกวัน รวมไปถึงการวิเคราะห์ Data ทีเ่กิดขึ้นจากการทำธุรกิจของเราด้วย ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์ทิศทางการตลาดต่อไปได้เป็นอย่างดี</li>
</ol>
<blockquote><p>5 ข้อนี้คือกรอบแนวคิดสำหรับการค้าออนไลน์ ถ้าเราเตรียมความพร้อมครบหมดนี้แสดงว่าเราพร้อมในด้านการค้าออนไลน์แล้วนั่นเอง</p></blockquote>
<hr />
<h3>5. CRM</h3>
<p>เป็นเรื่องสุดท้ายในการทำการตลาดออนไลน์ที่สำคัญ แต่ธุรกิจส่วนมากอาจจะยังไม่ได้ทำส่วนนี้เต็มที่ CRM หรือ Customer Relationship Management แปลเป็นไทยก็คือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือก็คือ การรักษาฐานลูกค้าเก่า รวมไปถึงการติดตามลูกค้าปัจจุบัน นั่นเอง</p>
<p>ธุรกิจส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การหาลูกค้าใหม่ๆตลอดเวลา จนบางครั้งทำธุรกิจมานานแต่ไม่เคยเก็บรวบรวมเลยว่าเรามีลูกค้าที่ผ่านๆมากี่คน ลูกค้าแต่ละกลุ่มแต่ละคนเป็นใครบ้าง และบ่อยครั้งที่ในบริษัทนึงมีคนติดต่อลูกค้าหลายคน ทำให้ข้อมูลการติดต่อลูกค้ากระจัดกระจายอยู่ในหลายที่ รวบรวมได้ยาก เมื่อพนักงานลาออกไป ข้อมูลก็หายไปด้วย ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าจริงๆแล้วเราเคยมีลุกค้ากี่คนกันแน่</p>
<p>ซึ่งจริงๆแล้วลูกค้าเก่าทั้งหมดนั้น สามารถกลายเป็นลูกค้าใหม่ของเราได้อีก หากเรามีการบริหารจัดการที่ดี ตรงนี้เองการทำ CRM จึงเป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจควรทำ ดังนั้นสิ่งที่ทุกธุรกิจควรเริ่มเปลี่ยนแปลงนับแต่วันนี้เลยคือ นำข้อมูลการติดต่อลูกค้าทั้งหมดที่มีจากพนักงานแต่ละคนมาเก็บรวมกันไว้ในที่ที่เดียว และมีการแยกหมวดหมู่ไว้ตามเหมาะสม เพื่อสะดวกต่อการนำไปต่อยอดการขายในอนาคตต่อไปนั่นเอง</p>
<blockquote><p>แนะนำว่าควรนำไปใส่ในไฟล์ Excel ซักไฟล์ โดยจัดตารางให้ดูง่าย และใช้แท๊บในการแยกหมวดหมู่ตามเหมาะสม เพราะไฟล์ Excel สามารถนำไปต่อยอดกับ Application ด้าน CRM อื่นๆได้สะดวก และพนักงานส่วนใหญ่สามารถใช้งานโปรแกรมนี้เป็นอยู่แล้วนั่นเอง</p></blockquote>
<hr />
<p>และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 องค์ประกอบสำคัญ ที่ทุกธุรกิจที่ต้องการจะเข้าสู่โลกออนไลน์จำเป็นต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ลองสำรวจธุรกิจของคุณดูนะครับ ว่าสามารถตอบโจทย์ตาม 5 Frameworks นี้ได้หรือยัง ถ้ายัง เริ่มตอนนี้ยังไม่สาย ค่อยๆปรับเปลี่ยนและสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้ธุรกิจของเราก้าวไปได้ไกลกว่าที่เคย เริ่มกันวันนี้ได้เลยนะครับ</p>
<p>หากมีข้อสงสัยอื่นๆเพิ่มเติมสามารถทักทายมาสอบถามพวกเราได้เลยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
